รายงานการสัมมนาและศึกษาดูงานโครงการ “ศึกษาความเป็นไปได้ในการเชื่อมโยงเส้นทางขนส่งทางทะเลฝั่งอ่าวไทยและอันดามันของประเทศไทย” วันที่ 8 ธันวาคม 2564 ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช

January 31, 2022

การประชุมสัมมนาโครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการเชื่อมโยงเส้นทางขนส่งทางทะเลฝั่งอ่าวไทยและ
อันดามันของประเทศไทย ณ ห้องชฎาแกรนด์ โรงแรมชฎา แอท นคร จังหวัดนครศรีธรรมราช

เปิดการประชุมสัมมนาโครงการฯ โดย นางธิดา  พัทธธรรม รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
แนะนำภาพรวมและบรรยายแนวทางการดำเนินโครงการฯ โดย ศ.ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และรศ.ดร. จักรกฤษณ์ ดวงพัตรา ผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ
ความพร้อมและความคืบหน้าของ SEC ในจังหวัดนครศรีธรรมราช

ในช่วงแรกของการมีแผนพัฒนา SEC เป็นเครื่องมือหลักของการสร้างอุตสาหกรรมของภาคใต้ เพื่อให้เหมือนกับ EEC ในภาคตะวันออกที่มีการลงทุนเป็นจำนวนมาก แต่การทำแผน SEC ในจังหวัดมีความแตกต่างกันทำให้ไม่สามารถลดต้นทุนการผลิตให้ถูกลง ส่งผลให้การลงทุนในภาคอุตสาหกรรมไม่เติบโต อีกทั้งภาคใต้ไม่ได้เป็น Global Supply Chain ทำให้การดำเนินงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย รวมถึงรูปแบบแผนพัฒนา SEC ไม่มีความเหมาะสมกับบริบทภาคใต้ที่เกิดขึ้น จึงทำให้มีเพียงภาคการท่องเที่ยวอย่างเดียวเท่านั้นที่เติบโตในภาคใต้ ดังนั้น การวางแผนงานจำเป็นต้องมีการบูรณาการร่วมกันในทุก ๆ จังหวัดของภาคใต้และมีความละเอียดในแต่ละขั้นตอน “ไม่ใช่ใครอยากทำอะไรก็ทำ”

            – สถานการณ์การท่องเที่ยวและแผนพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวของจังหวัดนครศรีธรรมราช

         การกำหนดแผนการท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวในการเดินทางท่องเที่ยวที่จะสามารถเชื่อมต่อทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามันถือเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในการส่งเสริมศักยภาพการท่องเที่ยวในภาคใต้ของประเทศไทย เนื่องจาก ในปัจจุบันนักท่องเที่ยวรู้จักแหล่งท่องเที่ยวทางฝั่งอ่าวไทยน้อยมากเมื่อเทียบกับฝั่งอันดามัน ดังนั้น การวางแผนถึงฤดูกาลของการท่องเที่ยวให้สอดคล้องกันของทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามันที่เหมาะสมจะทำให้ประเทศไทยสามารถรักษาสมดุลทั้งทางธรรมชาติและสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบและประชาชนในทุก ๆ พื้นที่ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามันอย่างมีประสิทธิภาพ

         – ข้อเสนอแนะของผู้ประกอบการในพื้นที่ เกี่ยวกับการขับเคลื่อนการพัฒนาเส้นทางการเชื่อมโยงทางทะเลฝั่งอ่าวไทยและอันดามันของประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในช่องทางโลจิสติกส์ที่สำคัญที่ใช้ในการเชื่อมโยงการค้าและการขนส่งทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตกของไทย

         การลดต้นทุนการขนส่งสินค้าในภาคใต้ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมเศรษฐกิจในภาคใต้
ซึ่งจำเป็นจะต้องมีความพยายามร่วมกันของทุกภาคทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อทำให้เกิดภาคใต้เป็น Global Supply Chain

            การเข้ามาของโลกดิจิทัลทำให้อุตสาหกรรมเกมเติบโตจึงเป็นโอกาสใหม่ที่สำคัญในอนาคต หากมีการลงทุนพัฒนาในอุตสาหกรรมดังกล่าว ซึ่งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยได้

            ในส่วนของการศึกษาและพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานควรมีการพิจารณาในด้านการจัดสรรงบประมาณของประเทศไทยที่เหมาะสมและแน่นอนก่อนการศึกษา เนื่องจาก จะเห็นได้ว่า ประเทศไทยไม่สามารถได้รับงบประมาณในการก่อสร้างในโครงการขนาดใหญ่ได้ง่าย ๆ ได้ ดังนั้น การตัดสินใจโครงการใหญ่จำเป็นจะต้องพิจารณาถึงความเป็นจริงของการจัดสรรงบประมาณด้วย อีกทั้ง เส้นทางเดิมควรนำมาพัฒนาต่อยอดให้มีการเชื่อมโยงและเกิดประโยชน์สูงสุดเสียก่อน ทั้งนี้ เอกชนจะพิจารณาการใช้โครงสร้างพื้นฐานจากต้นทุนที่เกิดขึ้น ซึ่งการใช้ Land Bright อาจทำให้ต้นทุนที่มากขึ้น รวมถึงเกิดการเคลื่อนย้ายที่สินค้าที่ไม่จำเป็นซึ่งทำให้เกิดความเสียหาย รวมถึงควรพิจารณาถึงการเชื่อมโยงทางการค้ากับประเทศจีนภายใต้โครงการ One Belt, One Road-OBOR)                    

            ในส่วนของบทบาทภาคการท่องเที่ยวควรมีเครื่องมือในการสร้างแรงจูงใจจากนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยจำเป็นต้องคำนึงการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงต้องทำให้เกิดความชัดเจนหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนในการบรูณากันระหว่างหน่วยงานเพื่อให้เกิดการพัฒนาและรักษาสภาพแวดล้อมของภาคใต้ให้สวยงามต่อไป

การรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับทางเลือกในการพัฒนาความเชื่อมโยงเส้นทางขนส่งทางทะเลฝั่งอ่าวไทยและอันดามันของประเทศไทย
การรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับทางเลือกในการพัฒนาความเชื่อมโยงเส้นทางขนส่งทางทะเลฝั่งอ่าวไทยและอันดามันของประเทศไทย

         ข้อสรุป ส่วนใหญ่ในที่ประชุมสัมมนาอยากให้มีการพัฒนาพื้นที่การผลิตและพาณิชยกรรมตามแนวเส้นทางฝั่งอ่าวไทยและอันดามันเพื่อเพิ่มปริมาณความต้องการบริการขนส่ง และมีการพัฒนาขุดคลองลัดหรือคลองไทยเชื่อมโยงระหว่างทะเลฝั่งอ่าวไทยกับอันดามัน เนื่องจาก ในปัจจุบันประเทศประสบกับปัญหาหนี้สินครัวเรือน ความยากจน และเศรษฐกิจหดตัว ดังนั้น การขุดคลองลัดหรือคลองไทยสามารถสร้างประโยชน์กับประชาชนและประเทศไทยได้หลายประการ เช่น

            – คลองไทยจะเป็นเส้นทางเดินเรือสากลโลกที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจของไทยเชื่อมกับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ หรือโครงการสำคัญ ๆ ของชาติ เช่น EEC, SEC และ SEZ เป็นต้น

            – คลองไทยจะมีศักยภาพในการแก้ไขปัญหาทางโลจิสติกส์ (Logistics) ของการขนส่งทางเรือ ระหว่างประเทศเมื่อช่องแคบมะละกาแออัด และเป็นเส้นทางเดินเรือที่สั้นที่สุดระหว่างมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก

            – คลองไทยจะเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตต้นทุนต่ำ

            – คลองไทยจะช่วยลดปัญหาก๊าซเรือนกระจก ย่นระยะทางการเดินเรือ ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง และลดปัญหาด้านมลภาวะทางอากาศ

            – คลองไทยจะเป็นแหล่งรายได้หลักของประเทศจากศักยภาพของคลองไทยที่จะสามารถใช้เป็นแผนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจของประเทศ

            – คลองไทยจะช่วยลดพื้นที่ยากจน เนื่องจากแนวคลองไทยจะตัดผ่านบริเวณทุรกันดารของภาคใต้ ทำให้พื้นที่หลายจังหวัดที่แนวคลองไทยตัดผ่านได้รับผลประโยชน์จากความเจริญและความอุดมสมบรูณ์ทางทะเล

            – คลองไทยเป็นคลองระดับโลกที่สามารถสร้างความปลอดภัยในการเดินเรือของโลก ในขณะที่มีปริมาณการปล้นจี้เรือเดินสมุทรในช่องแคบมะละกาเพิ่มสูงขึ้น

            – คลองไทยจะช่วยลดระยะทางและเวลาได้ เมื่อเทียบกับช่องแคบมะละกาประมาณ 1,200 กิโลเมตร ลดเวลาได้ 2-3 วัน

การศึกษาดูงาน ณ เทศบาลทุ่งสง และศูนย์กระจายสินค้าภาคใต้ – ทุ่งสง

รับฟังการบรรยายเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานต่าง ๆ ของเทศบาลเมืองทุ่งสง โดยคุณทรงชัย วงษ์วัชรดำรง นายกเทศมนตรีเมืองทุ่งสง

            เมืองทุ่งสงถือเป็นเมืองเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในเขตท้องที่ตำบลปากแพรก อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ตำแหน่งที่ตั้งของทุ่งสง อยู่กึ่งกลางคาบสมุทรมีเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างทะเลอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ทำให้ทุ่งสงเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการค้าข้ามคาบสมุทร สันนิษฐานว่าเส้นทางคาบสมุทรเส้นนี้เริ่มต้นจากปากแม่น้ำกันตัง กองเรือสินค้าที่มาจากอินเดีย ลังกา หรือชาวตรัง จะล่องเรือเข้ามาตามแม่น้ำกันตัง ผ่านมาทางคลองท่าหลวง เข้าคลองวังหีบ คลองท่าเลา คลองท่าโหลน ขึ้นบกที่บริเวณวัดชัยชุมพล เมืองทุ่งสง แล้วเดินทางเท้าเข้าอำเภอร่อนพิบูลย์ข้ามคลองเสาธง เข้าสู่เมืองนครศรีธรรมราช เมื่อปี พ.ศ. 2440 เมืองทุ่งสงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอำเภอขึ้นกับนครศรีธรรมราช โดยชุมชนแรกของเมืองทุ่งสงตั้งอยู่บริเวณตลาดในริมคลองท่าเลาใกล้ ๆ บริเวณหอสมุดประชาชนเทศบาลเมืองทุ่งสงในปัจจุบัน ต่อมาได้มีการสร้างทางรถไฟสายใต้ โดยทางรถไฟซึ่งมีการสร้างและเปิดใช้งานเป็นช่วง ๆ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 มาสำเร็จเสร็จสิ้นตลอดสายในสมัยรัชกาลที่ 6 ได้เลือกทุ่งสง (ตำบลปากแพรก) เป็นสถานีชุมทางใหญ่ เป็นจุดรวมและจุดจ่ายรถไฟแยกไปส่วนต่าง ๆ ของภาคใต้

         ปัจจุบันเมืองทุ่งสงได้มีการดำเนินโครงการต่าง ๆ โดยเริ่มต้นจากพื้นที่ เพื่อพัฒนาเมืองให้ประชาชนมีความปลอดภัยและมีความเป็นอยู่ที่ดี เช่น ศูนย์บริหารจัดการลุ่มน้ำตรัง โครงการคัดแยกขยะ และการวางแผนผังเมือง รวมถึงโครงการศูนย์กระจายสินค้าภาคใต้ – ทุ่งสง เป็นต้น

         โครงการศูนย์กระจายสินค้าภาคใต้ – ทุ่งสง สืบเนื่องจากปี 2552 อดีตผู้ว่าราชการ จังหวัดนครศรีธรรมราช (นายภาณุ อุทัยรัตน์) ได้ประชุมหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดส่วนหน้าแบบบูรณาการ จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้พิจารณาศักยภาพของอำเภอทุ่งสงที่มีโอกาสพัฒนา เป็นศูนย์กระจายสินค้าของพื้นที่ภาคใต้ จึงมอบหมายให้ เทศบาลเมืองทุ่งสงเป็นผู้ประสานงานโครงการ โดยใช้พื้นที่บริเวณหมวดศิลา จำนวน 85.43 ไร่ เพื่อสร้างศูนย์กระจายสินค้าภาคใต้-ทุ่งสง

พื้นที่ที่ตั้งศูนย์กระจายสินค้าภาคใต้-ทุ่งสง
ที่มา: เทศบาลเมืองทุ่งสง

            โครงการศูนย์กระจายสินค้าภาคใต้ – ทุ่งสง (ICD Thungsong City Integration Model) มีวัตถุประสงค์ หลายประการ ดังนี้

            1) เพื่อส่งเสริมการลงทุนและพัฒนาพื้นที่อำเภอทุ่งสง เป็นศูนย์กระจายสินค้าของภาคใต้ตอนกลาง

            2) พัฒนาระบบโลจิสติกส์ของกลุ่มจังหวัด และภูมิภาค รองรับเปิดเสรีทางการค้า และประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และ

            3) ลดต้นทุนการขนส่งสินค้าภายในประเทศและส่งออก และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจการเกษตร ของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย และของประเทศ

            โดยมีการดำเนินงานพัฒนาตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 ในการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการฯ การประชุมเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และได้มีการสำรวจออกแบบรายละเอียด จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2555 จึงได้ดำเนินการก่อสร้างตามแผนงาน/และแบบแปลนที่ได้ดำเนินการออกแบบ โดยได้รับงบประมาณจากหน่วยงานราชการหลายภาคส่วน จนในวันที่ 13 กรกฎาคม 2559 ได้เริ่มเปิดให้บริการ โดยสามารถบรรลุเป้าหมายต่าง ๆ ที่ตั้งไว้ เช่น ในปี พ.ศ. 2560 ปริมาณสินค้าที่ขนส่งเข้าออกศูนย์กระจายสินค้าระยะที่ 1 ตามเป้าหมาย และเมื่อเปรียบเทียบการขนส่งระหว่างทางถนนและรถไฟ โดยมีอัตราต้นทุนในการขนส่งลดลงประมาณ 2,000 บาท ต่อตู้/ หรือต้นทุนลดลงประมาณร้อยละ 16  ปริมาณการขนส่งรวม อีกทั้งยังสร้างรายได้ให้เทศบาลจากการเก็บค่าตอบแทนต่าง ๆ เป็นต้น ทั้งนี้ ปัจจุบันศูนย์กระจายสินค้าภาคใต้ – ทุ่งสงได้มีการก่อสร้างพัฒนาในเฟสที่ 3 โดยเป็นส่วนในการรองรับและจัดเก็บสินค้าต่าง ๆ รวมถึงก่อสร้างด่านศุลกากร เพื่ออำนวยความสะดวกของการขนถ่ายสินค้า แต่ปัจจุบันเกิดปัญหาในการก่อสร้างที่ล่าช้า เนื่องจาก ขาดเงินงบประมาณในการก่อสร้าง

การเยี่ยมชมศูนย์กระจายสินค้าภาคใต้ – ทุ่งสง
การเยี่ยมชมศูนย์กระจายสินค้าภาคใต้ – ทุ่งสง

แสดงความคิดเห็น