รายงานการสัมมนาและศึกษาดูงานโครงการ “ศึกษาความเป็นไปได้ในการเชื่อมโยงเส้นทางขนส่งทางทะเลฝั่งอ่าวไทยและอันดามันของประเทศไทย” วันที่ 24 ธันวาคม 2564 ณ จังหวัดชลบุรี

February 22, 2022

การประชุมสัมมนาโครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการเชื่อมโยงเส้นทางขนส่งทางทะเลฝั่งอ่าวไทยและ
อันดามันของประเทศไทย ณ ห้องประชุมดิเอลเลแกน โรงแรมอไรซ์ โฮเต็ล ศรีราชา จังหวัดชลบุรี

          เปิดการประชุมสัมมนาโครงการฯ โดย นางธิดา พัทธธรรม รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

                แนะนำภาพรวมและบรรยายแนวทางการดำเนินโครงการฯ โดย รศ.ดร.สมพงษ์ ศิริโสภณศิลป์ รองคณบดีสำนักวิชาทรัพยากรการเกษตรจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ รศ.ดร. จักรกฤษณ์ ดวงพัตรา ผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ

          การเสวนา หัวข้อ “ความท้าทายในการขับเคลื่อนการพัฒนาเส้นทางการเชื่อมโยง ทางทะเลฝั่ง อ่าวไทยและอันดามันของประเทศไทย” โดยมี รศ.ดร. จักรกฤษณ์ ดวงพัตรา เป็นผู้ดำเนินรายการ ร่วมกับผู้เข้าร่วมเสวนา ได้แก่ คุณคงฤทธิ์ จันทริก คุณ ณัฏฐ์ธน สารทจีนพงษ์ และดร.สุเมธ เขียวงามดี

          – ข้อพิจารณาที่สำคัญและปัจจัยสู่ความสำเร็จในมุมมองของสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย

          ประกอบด้วย 4 ปัจจัยหลักที่สำคัญ ได้แก่

          1) อุปสงค์  (การค้า + การลงทุน+ บริการโลจิสติกส์) โดยพิจารณาจาก เช่น ความตกลงการค้าเสรี ขนาด Hinterland และทิศทางการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ ทิศทางการลงทุนและการแข่งขันระดับโลก ความผันผวนของตลาดการขนส่งทางทะเลและกลยุทธNของสายการเดินเรือ ซึ่งทำให้เกิดความเป็นไปได้ที่จะเกิดการพัฒนาของอุตสาหกรรม

          2) โครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายโลจิสติกส์ ที่มีการเชื่อมต่อกันอย่างเป็นระบบทั้งภายในประเทศและระดับสากล รวมถึงต่อเนื่องกันหลายระบบ และการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการของท่าเรือและสถานีขนส่งสินค้า

          3) การอำนวยความสะดวกทางการค้าและระเบียบข้อบังคับ เช่น กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการผ่านแดนและถ่ายลำสินค้า กฎหมายการขนส่งระหว่างประเทศของไทยและอนุญาโตตุลาการ รวมถึง กฎหมายด้านการแขHงขันทางการค้า เป็นต้น โดยผู้ประกอบการจะตัดสินใจจากปัจจัยดังกล่าวมากกว่าปัจจัยโครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายโลจิสติกส์

          4) กิจกรรมด้านเศรษฐกิจและการสนับสนุน เช่น การพัฒนาทางเรือ ทางบก, ไอซีดี, ลานตู้, คลังสินค้า, การพัฒนาอุตสาหกรรมพาณิชย์นาวี เป็นต้น รวมถึงประเด็นด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม การเชื่อมโยงผลกระทบกับภาคเศรษฐกิจอื่น ๆ การบริหารงบประมาณ และรายได้ของประชากร สิ่งหล่านี้มีปัญหาทำให้การพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ อาทิ โครงการ คลองไทย และ Land bridge ในประเทศไทยเกิดขึ้นยาก

          ด้วยสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของโลก อนาคตการตัดสินใจของผู้ประกอบการจากต่างประเทศมีความไม่แน่นอนค่อยข้างสูง ซึ่งมีผลโดยตรงกับการเข้า-ออกของสินค้าที่อาจจะมากหรือน้อย รวมถึงการลงทุนที่ไม่ได้เพิ่มขึ้นมีผลต่อสินค้าที่ผลิตได้ ซึ่งคู่ค้าอย่างประเทศจีนถือเป็นคู่ค้าและคู่แข่งของการดึงดูดการลงทุนของประเทศไทย ดังนั้นการมองให้โอกาสที่จะให้ประเทศไทยยังคงเป็นศูนย์กลางได้นั้น จำเป็นต้องค้นหาจุดดึงดูดอุปสงค์เป็นสิ่งที่สำคัญ

          – ภาพรวมในปัจจุบันและปัญหาของการพัฒนาพื้นที่ EEC

          นักลงทุนต่างชาติที่มาลงทุนยังคงเป็นกลุ่มเดิม ประกอบด้วย จีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น โดยอุตสาหกรรมที่ประเทศไทยสามารถผลิตได้ดี คือ อิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ ในพื้นที่ EEC มีการพัฒนาระบบด้านโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคที่ได้ดีมาก แต่อาจมีผลกระทบต่อด้านการท่องเที่ยวในเรื่องของพลังงานบางส่วน รวมถึงในอนาคตอาจมีมลพิษที่สูงขึ้นทั้งขยะ ฝุ่น PM 2.5 ด้วยปัญหาเหล่านี้พื้นที่กำลังมีแผนรองรับการสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในอนาคต จะเห็นว่าในพื้นที่ EEC มีความพร้อมในการพัฒนาด้าน Productivity หรือผลิตภาพ มีการพัฒนาด้านการแปรรูปสินค้าเกษตร เช่น ปาล์มน้ำมัน เป็นต้น จนในปัจจุบันการพัฒนาเริ่มใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดโควิดแล้ว

          สำหรับปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา EEC คือ ความรู้ที่ถดถอยจากการพัฒนาบุคลากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ปัญหาจากการขนส่งต่าง ๆ เช่น การคมนาคมในท่าเรือ เป็นต้น รวมถึงความพึงพอใจของเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบ ลานตู้ที่ไม่สามารถขยายพื้นที่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดผลกระทบอื่น ๆ ตามมาทั้งปัญหาสิ่งแวดล้อม และอุปสงค์การใช้ที่ลดลง

          สำหรับความเห็นของสภาอุตสาหกรรม เห็นด้วยกับการเชื่อมโยง เพื่อเพิ่มการค้าและการลทุนไปประเทศยุโรปและตะวันออกกลาง โดยควรพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเดิม ในเส้นทางกระบี่-ขนอม ซึ่งใช้งบประมาณไม่มากแต่สำหรับการขุดคลองลัดนั้น อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงและสิ่งแวดล้อม รวมถึงต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการก่อสร้าง

          – ข้อเสนอแนะ ทัศนคติ และความคิดเห็นของผู้ประกอบการสายเรือ

          ปัจจัยที่สำคัญของสายเรือในการเลือกใช้ท่าเรือมาจากต้นทุนที่มีความเหมาะสม เช่น การมีพื้นที่หลังท่าหรือลานตู้ การร่วมกลุ่มพันธมิตร โครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธภาพ เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะสามารถลดต้นทุนที่เกิดขึ้นจากการนำตู้สินค้ามาไว้ที่ท่าเรือได้ อีกทั้งการเชื่อมโยงของท่าเรือต้นทาง ท่าเรือปลายทาง และท่าเรือถ่ายลำล้วนแต่เป็นสิ่งสำคัญของการเลือกใช้ท่าเรือ

          สำหรับความเห็นเกี่ยวกับทางเลือกในการพัฒนาความเชื่อมโยงเส้นทางขนส่งทางทะเลฝั่งอ่าวไทยและอันดามันของประเทศไทย ไม่ได้ผูกมัดว่าจะต้องสร้างคลองไทยหรือ Land bridge แต่ประเทศไทยควรมีทางออกทะเลโดยใช้ท่าเรืออื่น เช่น ท่าเรือระนอง ท่าเรือสงขลา เป็นต้น ที่จะสามารถเชื่อมต่อกับท่าเรือในต่างประเทศที่ใช้ในการถ่ายลำสินค้าไทยออกไปยังประเทศในยุโรปหรือตะวันออกกลาง ซึ่งนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญต่อการส่งออกสินค้าและลดต้นทุนของสินค้าไทยได้

          โดยสรุปข้อเสนอแนะ ทัศนคติ และความคิดเห็นของผู้ประกอบการสายเรือไม่ได้มีการเลือกถึงทางเลือกใดเป็นสำคัญ แต่ที่สำคัญที่ประเทศไทยควรมี คือ การสร้างปริมาณสินค้าและการเชื่อมต่อในโครงสร้างของภาคส่วนต่าง ๆ ที่มีความคล่องตัว ควรมีการบูรณาการเพื่อให้กิจกรรมของการขนส่งทั้งทางบก น้ำ และอากาศได้รับความสะดวกสบายเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถมาเลือกใช้ประเทศไทยเป็นจุดถ่ายลำที่สำคัญมากขึ้น

          – การรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับทางเลือกในการพัฒนาความเชื่อมโยงเส้นทางขนส่งทางทะเลฝั่งอ่าวไทยและอันดามันของประเทศไทย

          การสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่สำหรับการเชื่อมโยงเส้นทางขนส่งทางทะเลฝั่งอ่าวไทยและอันดามันล้วนสามารถสร้างประโยชน์ให้กับประเทศไทยได้ แต่สิ่งสำคัญที่คำนึง คือ การเลือกโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมกับอุปสงค์ของปริมาณสินค้าและการพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศไทยให้สินค้าไทยสามารถส่งออกไปต่างประเทศไทยได้มากขึ้น และควรนำโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่เดิมมาเชื่อมโยงเส้นทางต่าง ๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบันให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรด้านโลจิสติกส์ ซึ่งมีผลต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในประเทศ และให้ความสำคัญกับมูลค่าของสิ่งแวดล้อมที่ต้องสูญเสียหากมีการดำเนินโครงการพัฒนาต่าง ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องชั่งน้ำหนักอย่างมาก

การศึกษาดูงานการขนถ่ายสินค้าเทกอง บริเวณจุดจอดเรือเกาะสีชัง

          – ล่องเรือพร้อมรับฟังการบรรยายและชมบรรยากาศการขนถ่ายสินค้าเทกอง ท่าเรือต่าง ๆ และสำรวจสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ บริเวณจุดจอดเรือและบนเกาะสีชัง ตำบลศรีราชา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

 
 

แสดงความคิดเห็น