การศึกษาดูงานทางน้ำ ณ แม่น้ำตาปี และคลองท่าทองที่เป็น Maritime Logistics Cluster ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี

December 8, 2021

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2564 คณะที่ปรึกษาและคณะกรรมการโครงการฯ ได้ทำล่องเรือเพื่อสำรวจการดำเนินกิจกรรมและวิถีชีวิตต่าง ๆ ในแม่น้ำตาปี และคลองท่าทองจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยล่องเรือผ่านท่าเรือและแหล่งอุตสาหกรรมต่าง ๆ เริ่มต้นที่บริเวณสะพานนริศ จนถึง ท่าเรือ พี.เค. ในคลองท่าทอง ดังนี้

ท่าเรือเอ็นพี มารีน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

เป็นท่าเรือที่ตั้งอยู่บนจุดยุทธศาสตร์ด้านการกระจายสินค้าที่เชื่อมต่อการขนส่งทางบกและทางน้ำระหว่างภาคใต้ตอนบนและภาคตะวันออกของประเทศไทย มีเนื้อที่ 22 ไร่ ความยาวหน้าท่า 289 เมตร ความลึก 4.5 เมตร บริเวณท่าเรือได้ติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกด้านการขนส่งที่ทันสมัย อาทิ แกรนตี้เครน และฟิกเครน ขนาด 40 ตัน สามารถขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์ได้ 25 ตู้ต่อชั่วโมง ลานคอนเทนเนอร์ขนาด 8,000 TEUs ลานจอดพักรถยนต์ขนาด 500 คัน ท่าเรือเอ็นพีมารีนมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาคใต้โดยขนส่งสินค้าหลักประเภท ผลิตภัณฑ์ยางพารา ผลิตภัณฑ์ไม้ยางพารา ผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็ง และผลิตภัณฑ์อื่นที่บรรจุตู้คอนเทนเนอร์ อาทิ อะไหล่รถยนต์ อุปกรณ์ก่อสร้าง และสินค้าอุปโภคบริโภค เป็นต้น

ท่าเรือโชคพนา

เป็นท่าเรือขนส่งสินค้าเทกอง อาทิ แร่ หิน และสะพานศรี​สุราษฎร์​ความสูงของสะพานประมาณ 25 เมตร ซึ่งเรือขนส่งในบริเวณนี้เป็นเรือ feeder

คลังน้ำมัน ปตท. ​สุราษฎร์ธานี และบริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) เรือส่วนใหญ่ล่องมาจากจังหวัดฉะเชิงเทรา

ท่าเรือต่าง ๆ บริเวณปากคลองแม่น้ำท่าทอง ท่าเทียบเรือนี้ร่วมมือกับบริษัท RCL ในการขนส่งสินค้าประเภทแร่ และขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ โดยขนส่งไปประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ อินโดนีเซีย เวียดนาม เป็นต้น

ท่าเรือยูนิคแก็สแอนด์ปิโตรเคมิคัลส์

จากสำรวจของทีมงานของโครงการฯ บริเวณแม่น้ำตาปี และคลองท่าทอง จะเห็นว่า มีเรือขนส่งสินค้าจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เป็นสินค้า เช่น แร่ น้ำมัน แก๊ส เป็นต้น ซึ่งเป็นเรือแบบ Feeder ที่ขนส่งจากภายในประเทศไทยและไปยังประเทศเพื่อนบ้านบางส่วน เช่น มาเลเซีย เป็นต้น

แสดงความคิดเห็น